ศัลยกรรมเกาหลี
ภาษาไทย English Vietnam

Review น้องพลอย (เธอไม่ขอเปิดเผยใบหน้านะคะ)

สวัสดีค่ะ 

            เนื่องจากได้ไปทำการเกาคางที่เกาหลีมา แล้วประทับใจอะไรหลายๆอย่างทั้งบริษัท เจ้าของ และการบริการ เลยอยากจะมารีวิวให้ซะหน่อยยย เป็นความรู้กับคนที่อยากไปโมดิฟายอะไรก็แล้วแต่ละกันเนอะ จะได้ไม่พลาด กรีดหน้าทั้งทีทุกคนก็อยากสวยทีเดียวเสร็จทั้งนั้นใช่มั้ย ไม่ต้องแก้ต้องกรีดซ้ำกับส่วนทีเสียตังทำมาแล้วทั้งจิตตก กระเป๋าฉีก โดนหลอก แถมไม่สวยไม่พอ หน้าแหกตลอดชีวิตอีกนี่เรื่องใหญ่จริงๆ ฮ่าๆ

            สถานที่ศัลยกรรมบางที่ที่จะพูดถึงทั้งในไทยและเกาหลีขอไม่เปิดเผยชื่อนะคะ จะเล่าแบบคร่าวๆ พอเป็นวิทยาทานกับคนที่ทำศัลยกรรมครั้งแรกที่ยังไม่มีความรู้อะไรเลย ได้แต่เสิชดั้งโด่งหรือดูดีเด่นเว็ปยอดฮิตศัลยกรรมในไทยแล้วพุ่งไปทำเลย หน้าแต่ละคนไม่เหมือนกันเนอะ คนนั้นทำสวยแต่เราอาจจะออกมาไม่สวย ไม่ว่าจะด้วยตัวแปรหลายๆอย่างอย่างเช่นพวก โครงหน้า กระดูกหน้าเบ้าหน้า อะไร็แล้วแต่ที่พ่อแม่ให้มา จริงๆสวยขึ้นได้ แต่ต้องหาหมอที่มีจรรยาบรรณไม่ใช่สักแต่ขูดยัด ขูดยัด ไม่ได้ประเมินความเข้ากันกับแท่งที่ยัดเข้าไปกับโครงหน้าส่วนอื่นเลย ต้องเข้าใจความต้องการของเรา และสามารถทำให้เราดูดีขึ้นได้ในแบบของเราเอง

            ผ่านนนมาหลายยยคลินิคในไทยและเกาหลี เฟลมาก คิดว่าคงหาเอเย่นดีๆที่พาไปทำในเกาหลีไม่ได้แล้ว แต่อยู่ๆไม่รู้วันดีคืนดีอะไร ไปเจอโพสในเว็ปศัลยกรรมเว็ปนึง เลยมาเจอกับ SD Surgery Design ! อ่านๆ รีวิวเค้าดูก็ถูกใจมั่ก แต่ก่อนอื่นจะขอเล่าความเป็นมา จะได้เห็นความสำคัญว่า การหาเอเย่นดีๆ นี่สำคัญไฉน

*ถ้าไม่อยากอ่านประวัติความเป็นมาสามารถข้ามหัวข้อไปที่พูดเกี่ยวกับ SD ได้เลย

ประวัติการทำศัลยกรรม (ที่แก้มาหลายรอบมาก) คร่าวๆก่อนมาเจอกับ SD

            ขอเล่าแบบสปีดดมากๆเลยนะคะกลัวจะยืดเยื้อเกิน บนหน้าตอนนี้ได้โมมาแล้วทั้งตา จมูก คาง ขอแยกเป็นส่วนๆจะได้มองเห็นภาพชัด ไม่งง ตามนี้ (มีทำส่วนอื่นในไทยด้วยขอไม่พูดถึง)

1. ตา

ส่วนนี้ควรจะเป็นส่วนที่ทำแล้วไม่ควรจะแก้เล้ยยยย หรือแก้จริงๆคิดว่าไม่ควรเกิน 2 ครั้งเพราะเส้นประสาท กล้ามเนื้ออะไรเยอะ

สองครั้งแรกทำที่ไทย ครั้งที่สามแก้ที่เกาหลี ที่แก้หลายครั้งนี่ก็มีที่มา หมอมัดกล้ามเนื้อหรืออะไรซักอย่างสูงเกินจนทำให้ชั้นตาใหญ่เว่อ หนา ลึก ปวดหัวตลอดเวลา เลยเป็นปัญหามาก หมอไทยไม่สามารถแก้พวกเรื่องกล้ามเนื้อได้เลยไปเกาหลีในการแก้รอบสาม แต่ผลคือเอเย่นที่ไปด้วยไม่ค่อยมีประสบการณ์พวกนี้ คนที่รับปรึกษาไม่น่าจะเข้าใจเลยด้วยซ้ำว่าปัญหาแบบนี้แก้ยังไง ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าไม่เข้าใจพวกนี้นะจบเลยจริงๆ เลยเฟลอีกเพราะสื่อสารไม่รู้เรื่อง  เสียเงินเท่าหัวไม่พอออ หนังตาจะแหกเอา!

2. จมูก

รอบแรกทำจมูกแบบเกาหลีใส่อะไรไม่รู้ปลายจมูกที่คลินิคนึงในไทย ผลคือปลายดูใหญ่กว่าเดิม ทรงข้างๆก็สวยดี ธรรมชาติขึ้นมั้ง
รอบสองไปแก้เกาหลีกับเอเย่นนึงที่บอกไป พร้อมกับตา กะโมทีเดียวจบ แต่ไม่จบ ผลคือปลายใหญ่กว่าเดิมอีก ทรงก็โอเคปลายจะโด่งกว่าหน่อยที่เกาหลีชอบทำ คิดว่าหมอทำไปงั้นๆ เอเย่นกินเงิน แก้ธรรมดามาก ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

3. คาง

ทำเกาหลีเหมือนกันเป็นซิลิโคนธรรมดา ผลคือย๊าว ยาว ไม่เข้ากับหน้าเล้ย

ศัลยกรรมในเกาหลีและเอเจนซี่พาศัลยกรรมเกาหลี

            ไม่ขอพูดอะไรมากที่จะเปรียบเทียบศัลยกรรมไทยและเกาหลี เพียงแต่เราทำเกาหลีและรู้สึกสบายใจกว่า เพราะประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอกับคลินิคไทยไม่เคยมีดีซักทีเลย ต้องแก้หมดเลยเข็ดมากๆ คุณภาพอะไร ความปลอดภัยต่างๆค่อนข้างดีกว่าไทย(ความเห็นส่วนตัว)

            ส่วนเอเย่นนั้นสำคัญมากกกกกก ต้องเลือกดีๆเลย ไม่ใช่หน้าเฟสบุ๊คดูเริศศศ เสกได้ทุกอย่างตั้งแต่ดาราเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นsnsd, ดารานักแสดงดังๆ จนกระทั่งดาราไทยดังๆ อั้ม นู่นนี่ เสกได้หมด ทำมาแล้วเหมือนแน่นอน เราprofessional มากๆ ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น ต้องบอกลูกค้าให้เข้าใจว่าโครงหน้าแต่ละคนมันเป็นยังไง ทำออกมาจะเป็นประมานไหน ไม่ยัดฝันให้จนเว่อไป แล้วอยู่ดีก็พาไปคลินิคอะไรก็ไม่รู้แล้วเคลมว่าเป็นคลินิคหรือโรงบาล Top ในเกาหลี เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำไม่ได้อย่างที่เคลมไว้จะแตกหักกันป่าวๆ

เจอ SD ได้ยังไง

            ทีนี้พอเซ็งมากๆ อยากไปแก้เกาหลีดันเจอเอเย่นไม่ดี คลินิคก็ไม่รู้คลินิคอะไร วันดีคืนดีอย่างที่เล่าไปคือมาเจอกับบริษัทนี้ผ่านเว็ปศัลที่มีคนรีวิวเลยลองปรึกษาดู ติดต่อผ่านพี่เอมมี่ที่ช่วยเป็นคนประสานงานให้ มีความรู้เรื่องศัลยกรรมอย่างดี! คราวนี้รู้สึกมันใจขึ้นมากเพราะที่จริงเรามีรีเสิชข้อมูลโรงพยาบาล คลินิคหรือสถานที่ศัลในเกาหลีดังๆมาบ้างแล้ว ที่นี้ไม่ได้มัดมือชกเราไปคลินิคที่เค้ามีผลประโยชน์ด้วย แต่จะให้คำแนะนำว่าคลินิคไหนดี ทำให้ดาราคนดังยังไง ดังที่เกาหลีแต่ในไทยไม่ดังก็มี และให้เราเลือก ตัดสินใจเอง! เงินจ่ายในราคา walk in ไม่มีอัพราคาเหมือนเอเย่นอื่นอัพทีเป็นหมื่นเป็นแสน ติดต่อจัดการให้ทุกอย่างทั้งโรงแรมอะไรต่างๆ เลือกเองได้หมดเลย(mini v line อยู่ในเกาหลี 2 อาทิตย์) ซึ่งบอกตรงๆเป็นบริษัทในฝันมากๆ เพราะส่วนตัวอยากเลือกเอง แต่กลัว เพราะเราไม่รู้ภาษาเกาหลี ติดต่อกับโรงบาลเองก็กลัวไม่รู้เรื่อง มีปัญหาอะไรตามยาก แถมมีล่ามเป็นคนไทยที่พูดเกาหลีได้บริการด้วย!

ไปเกาคางที่เกาหลี!

            ตอนแรกคือไม่ได้จะทำคาง แต่อยากทำโหนก ก่อนไปก็มีจ่ายพวกมัดจำอะไรต่างๆกับทาง SD และค่าล่าม แล้วจ่ายส่วนที่เหลือเองที่โรงพยาบาลเลย โรงแรมอะไรล่ามจองให้หมดแล้ว ก่อนขึ้นเครื่องจะได้หมีสองตัวให้แทนตัว SD และอีกตัวน่าจะแทนลูกค้า (ป่าวหว่า ไม่แน่ใจ) ด้วย น่ารักมากๆ ไปถึงจะมีล่ามมารับ ซึ่งเป็นคนไทยชื่อพี่ปุ๋ย ชื่อเกาหลีคือจียอน พี่ปุ๋ยอัดแน่นด้วยข้อมูลศัลยกรรมมากๆ ให้คำปรึกษาดี ดูแลดีเว่อเว่อเว่อ เกือบจะเหมือนแม่แล้วถ้าไม่ติดว่าพี่ปุ๋ยเป็นแม่คนมีลูกกับคนเกาหลีไปแว้ว xD ดูแลทุกอย่างจริงๆ เรื่องค่าใช้จ่ายในเกาหลีที่จ่ายเองก็จะมีพวกอาหารการกิน โรงแรมที่พัก ค่าโดยสาร(ไม่นับวันไปกลับสนามบิน อันนี้รวมในค่าล่ามแล้ว) แล้วจิปาถะอย่างอื่นถ้าช้อปปิ้งด้วย

            เกริ่นมานานมากก ตัดกลับมาตอนมาเกาหลี มีพี่ปุ๋ยมารับไปโรงพยาบาลเลย โรงพยาบาลที่เลือกคือ ID Hospital ซึ่งเค้าบอกว่าขึ้นชื่อเรื่องโครงหน้า พอไปถึงก็ไปรอพบหมอ ระหว่างรอมีที่ปรึกษาคนเกาหลีมาคุย คุยไปคุยมาเปลี่ยนจากโหนกมาแก้คางซะงั้น ทำเป็น mini v line คือแก้ไขตัดแต่างคางของเราเอง เอาซิลิโคนออก ซึ่งจะดูธรรมชาติกว่าและสามารถดีไซน์ได้หลายแบบ ไปข้างหน้า เล็กลง ยาวขึ้นอะไรได้หมด จริงๆเค้าบอกว่าราคา mini v line นี้ แพงกว่าโหนกและต้องมีค่าใช้จ่ายในการขูดทำความสะอาดคางหลังจากเอาซิลิโคนเก่าออก แต่จะไม่คิดเงินเพิ่มเพราะคนไข้ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร O.o ณ จุดนี้ ชอบมาก ไม่โดนคิดเงินเพิ่ม โฮะๆ เลยถามเค้าเลยว่ามีดูดเหนียงด้วยมั้ย เพราะแพลนว่าอยากดูดด้วย เค้าบอกว่ามี แล้วก็ลดราคาให้อีก บวมกับตอนนั้นเงินไม่พอเพราะดูดที่นี่แพงกว่าที่อื่นหน่อยๆ แต่อยากทำมาก เค้าเลยบอกว่าจ่ายทีหลังได้แต่ให้เอาพาสปอตมาเป็นตัวประกันไว้ ไอเราไม่ได้รีเสิชมาก่อนเลยว่าที่ ID นี้เก่งเรื่องดูดไขมันมั้ย แต่ในใจคืออยากเจ็บทีเดียวบวกกับการลดราคาที่หลอกล่อกันมาก เลยตัดสินใจทำเลย

            หลังจากตกลงราคาและเซ็นเอกสารยินยอม หมอ Park ก็เค้ามาคุยด้วย ถามเรื่องรูปทรงความต้องการต่างๆ พอคุยเสร็จสรรพก็แยกย้าย เปลี่ยนเสื้อเตรียมขึ้นเขียงและก็โดนฉีดยาสลบไป
อันนี้ค่อนข้างกังวลหลังตื่น เพราะเคยได้ยินว่าพวกโรงบาลใหญ่ชอบสลับหมอ คือเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าหมอที่เราต้องการทำด้วยเป็นคนทำให้เรารึป่าว

หลังจากศัลยกรรมและการรักษาตัว

            หลังจากฟื้นจากศัลยกรรม 1 วันต้องนอนในโรงพยาบาล ทรมานมากๆ อะไรที่เป็นแผลในปากนี่มันทรมานจริงๆ ตอนทำจมูกว่าทรมานแล้วเพราะหายใจไม่ได้ นี่โดนยัดหมดทั้งปากบวม หน้าบวม เจ็บคอมากกกกก จมูกเต็มไปด้วยน้ำมูก คอเต็มไปด้วยเสลด ปากบวมจนพูดไม่ได้ ชามาก ตอนฟื้นใหม่ๆห้ามหลับอีก ถ้าคนเคยโดนยาสลบจะรู้ว่ามันจะตึงมาก สลึมสลือสุดๆ จะหลับให้ได้ นี่ห้ามหลับ พยาบาลพูดเสียงดังตลอด wake up ! wake up ! wake up ! you cannot sleep now ! พร้อมเขย่าตัว เราก็อือ ออ ไป งงไปหมดณจุดนั้น แต่ก็ปิดตาไปอยู่ดีเพราะรั้งหนังตาไม่ไหวจริงๆ ในใจอยากจะบอกพยาบาลว่าใครจะหลับลงฟะเนี่ย เจ็บไปหมด หายใจจะไม่ออกอยู่แล้ว จะสำลักตลอดเวลา เพราะในคอมีเสลดเยอะมาก แถมห้ามไอ ห้ามสั่งน้ำมูก ให้สูดกลืนอย่างเดียว พระเจ้า ณจุดนั้นงงมากว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง นอนพะงาบๆบนเตียงรู้สึกเหมือนกำลังจะตายเพราะขาดอากาศ มันสูดน้ำมูกเข้าไม่ได้ กลืนไม่ลงมันหนืดเกิน คอแห้งผาก พูดไม่ออกไม่มีเสียงเลย ไม่มีเลย ประมาน 1-2 วันแรก เป็นใบ้ไป 3-4 วัน พยายามจะอธิบายว่าถ้าไม่ให้สั่งน้ำมูกเอาเครื่องหรือทำยังไงก็ได้ให้เอาเสลดออกไปทีหายใจไม่ได้ หายใจทางคอสำลักตลอดเพราะติดเสลด พยายามอธิบายหลายครั้งมากเพราะพูดไม่รู้เรื่อง เสียงแทบไม่มีเลย จนเค้าบอกว่าทำไม่ได้เพราะคออักเสบอยู่ มันจะกระทบกับแผลและการบวมบลาๆๆๆ เลยนอนทนคิดในใจว่า ชั้นต้องตายแน่ๆ ถ้าตายไปคงเป็นเรื่องน่าสมเพชมากๆ ศพไม่สวยแถมหน้าอืดเว่อๆ บานออกมา สามสี่เท่าของหน้าเดิม จำหน้าตัวเองไม่ได้เลย นี่ขนาดแค่คาง ถ้าคนที่ทำโหนกพร้อมกัน ตัดกรามด้วยคงไม่ต้องอธิบาย นรกบนเตียงมากๆ

            วาร์ปไปวันที่ 5 เริ่มมีเสียง พูดรู้เรื่องหน่อย แต่แหบมากๆ เค้าบอกว่าเนื่องจากใส่ท่ออะไรไปในคอเลยเป็นแผล (ไม่แน่ใจว่าข้อมูลถูกมั้ยนะคะ) บวกกับดูดเหนียง เลยช้ำไปหมดทั้งหน้ายันคอ อาทิตย์แรกค่อนข้างทรมานกับแผลต่างๆนาๆ ต้องบ้วนปากทุก 2 ชม. สามสี่วันแรกปวดมากๆ นอนหมอนสูงตลอด ประคบตลอด กินยากมาก กินน้ำ น้ำรั่วเหมือนคนปากรั่วตลอด เรียกว่าทรมานสุดๆ แถมต้องเดินบ่อยๆให้เลือดไหลเวียน ออกไปข้างนอกบ้าง ก็ออกไปเดินบ้านกับเพื่อนที่พึ่งมาเจอกันข้างห้องสามสี่คนที่ทำศัลยกรรมมาทุกคน (คนมาพักที่นี่ส่วนใหญ่ศัลยกรรมหมด ใช้ชีวิตเฮฮามาก) ไปทั้งหน้าบวมๆแบบนั้นเลย โดนคนเกาหลีซุบซิบเป็นระยะว่าชะนีกรุ้ปนี้หน้าอึ่งอ่างมาทุกคนเลย! ฮา~ คิดว่าในชีวิตนี้ไม่เอาอีกแล้ว เจ็บโคตรๆเลย เห็นเพื่อนข้างห้องที่ทำทั้งหน้าเลย โหนกคางกราม แต่ทำที่อื่น แล้วหน้าบวมเหมือนกันเค้ายังไม่ระบมเท่าเราเลย เค้าหายบวมเร็วมาก ดูชิวๆพิกล แอบอิจชี่มาก ไม่รู้ว่าหมอเรามือแรงไปมั้ย ทำไมมันสุโค่ยมาก ๆ ส่วนตัวเป็นคนบวมเยอะ บวมง่ายมากอยู่แล้วด้วย กว่าจะหายบวมจริงๆก็หลังจากกลับเกาหลีอีก พี่ปุ๋ยบอกว่าส่วนใหญ่ 2 อาทิตย์เค้ายุบกันพอดูได้แล้ว แต่ของเรานี้บวมแบบเหมือนอมอึ่งอ่างไว้ หา jaw line ไม่เจอ คอกับหน้ายังเป็นส่วนเดียวกันถ้ามองจากข้างๆ ตอนขึ้นเครื่องกลับไทย

            วาร์ปมาอีกหลังจากกลับไทย มาได้ประมานเกือบเดือน อาการชายังมีไม่หาย ปวดฟันล่าง คาง กรามอยู่บ้าง มันกระทบกันไปหมด แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ หายชาจริงๆเลยประมานสองเดือน ระหว่างนี้จะยังตึง บวมน้อยลงเหมือนคนปกติในเคสเราคือเกือบเดือน-ประมาน 1 เดือน หลังจากสองเดือนบอกไม่ได้แล้วเพราะวันนี้ที่เขียนรีวิวเป็นเวลา 2 เดือนที่ทำมาพอดี ^^

ภาพรวมคางดู v ขึ้นอย่างที่อธิบายหมอไป ปลายคางมาข้างหน้าหน่อยจากที่ดูถอยนิดๆ ส่วนเหนียงนี่ยังไม่หายบวมสนิทเลย พึ่งเกือบสองเดือนที่เริ่มหายจนเหน jaw line ชัดเจนมากแล้ว (บอกหมอให้ดูดส่วนข้างคอด้วยเพราะไขมันเยอะหากรอบกรามไม่เจอ) คิดว่าจะยุบลงได้อีกเพราะเห็นๆอยู่เลยว่ามันยังบวมอยู่ แผลจากการดูดอยู่ใต้คางมองแทบไม่เห็น ทายาลบรอยแล้วดีขึ้น แต่จับๆแล้วมีตุ่มๆ แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะหายหรือไม่หายต้องรอดูต่อปายย

ความประทับใจและความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับผลลัพของทาง ID และบริษัท SD

            โดยรวมรู้สึกโอเคเลย ความปลอดภัยดี ผลลัพที่ออกมา 2 เดือนตอนนี้โอเคมากเลย จากที่ตอนแรกปากล่างบวมมาถึงคางเลยตกใจว่าคางสั้นลงมากกก ปรากฎว่าไม่ใช่เลย เปนเพราะนางบวมมากๆปากปริ้นลงมาถึงคาง ไม่ได้บอกหมอเองว่าขอให้คางสั้นกว่าเดิม ดันไปบอกหมอว่ารู้สึกว่าคางสั้นไปอยากได้ยาว หมอเลยไม่ได้ลดความยาวให้ แต่ดูผลงานออกมาสวยทีเดียว ตอนนี้ยาวเหมือนเดิมแล้วพอยุบบวม แต่ติดอย่างเดียวคือกลัวว่าหมอที่ทำจะไม่ใช่หมอที่เราอยากทำด้วยแต่แรก เพราะเค้าบอกในโรงพยาบาลใหญ่ๆเค้าชอบสลับหมอให้หมออื่นมาทำ อันนี้ไม่สามารถรู้ได้ ไม่ใช่เฉพาะ ID แต่รพ อื่นด้วย แนะนำให้ดูคลินิคดีๆ

            ส่วนความประทับใจกับบริษัทนั้นค่อนข้างเยอะะ เพราะชอบมาก นโยบายตรงความต้องการมาก ทุกคนบริการดีมาก โดยเฉพาะล่าม ดีเว่อๆ ใจดีมากๆ กลับมาความรู้เรื่องคลินิคแน่นพรึ่บ ถึงจะยังเป็นบริษัทที่ไม่ได้โฆษณาเต็มที่ ยังไม่ได้เปิดตัวเต็มสตรีม แต่ขอบอกเลยว่าใครอยากไปศัลยกรรมที่เกาหลี แนะนำมากๆเลย ความเห็นส่วนตัวคือดีที่สุดเท่าที่เคยพบพานมา และดีกว่าบริษัทเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลีที่มีอยู่ในไทยทั้งหมดตอนนี้ บอกหมดไม่มีหมกเหม็ดเลยว่าหมอไหนดี ทำให้ดาราคนไหน ส่วนใน ใครบ้าง หมอคนไหนเลิศ ที่ไหนเจ๋ง ราคา walk in แถมบางทีอาจจะได้ส่วนลดมากกว่าคนเกาหลีอีกถ้ามีโปรโมชั่นเพราะทางบริษัทโคกับคลินิคนั้นๆ บริษัทโคกับหลายคลินิคมากๆ ต่อไปคงโคหมดกับคลินิคทุกที่ในเกาหลี ครบครันจริงๆพูดตามตรงว่ารู้สึกสบายใจมากๆเลยที่มากับบริษัทนี้ ไม่ได้จ่ายเกินความจำเป็นเลยแต่อย่างใด เชื่อเลยว่าบริษัทยังโตได้อีกมาก!  อธิบายความรู้สึกไม่ถูก แต่ปลื้มจริงๆ ที่ได้เจอ SD!


EYES:
NOSE: 
FACE:
CHEST:
BODY:
SKIN:

© 2013 Surgerydesign.com  All Rights Reserved.
Facebook